สถิติ
เปิดเมื่อ19/10/2011
อัพเดท14/12/2018
ผู้เข้าชม2667203
แสดงหน้า4014489
สินค้า
บทความ
ทางเดินอาหาร
16 วิธีป้องกันท้องอืด จากโรคกรดไหลย้อนกลับ (GERD)
ภาวะกรดไหลย้อน
นม GTF
โรคลึกลับ CFS (Chronic fatigue syndrome หรือโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง ) ยาแก้และวิธีแก้
อันเนื่องมาจากความหวาน อ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ (ตอนที่ 4)
อันเนื่องมาจากความหวาน อ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ(ตอนที่ 3)
อันเนื่องมากจากความหวาน อ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ (ตอนที่ 2)
อันเนื่องมาจากความหวาน ระวัง! อ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุอย่านึกว่าเป็นเรื่องเล็ก(ตอนที่ 1)
การอนุญาตและการจดทะเบียนในประเะทศต่างๆ
สิทธิบัตรของนม GTF
สิทธิบัตรของนม GTF
นม GTF กับรูปร่างและผิวพรรณ
โรงพยาบาลที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ GTF
รางวัลต่างๆ ของนม GTF
การวิจัยและพัฒนานม GTF
ทำไมคนรุ่นใหม่...ขาดสารอาหาร
คำแนะนำการบริโภคนม GTF
รายละเอียดนม GTF
ประโยชน์ที่ได้รับจากนม GTF
VDO ประสบการณ์ผู้ใช้ GTF
VDO รายละเอียด GTF ตอนที่ 1-5
นม GT&F ช่วยให้คุณควบคุมโรคเบาหวาน ได้อย่างไร..
ทำไมต้องนม GTF
มะเร็ง
ถั่วเหลืองกับมะเร็งเต้านม
การฟื้นฟูร่างกายหลังได้รับเคมีบำบัด
วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 3
วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 2
วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 1
วิธีป้องกันการติดเชื้อระหว่างเคมีบำบัด
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)
สารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) คืออะไร?
แอสตาแซนธิน : การลดความเมื่อยล้าของดวงตา
แอสตาแซนธิน : ความทนทานและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
แอสตาแซนธิน : สารต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่า
“Astaxanthin” คืออะไร?
ผิวหนัง
ตำแหน่งสิวบอกอารมณ์และโรคได้
วิธีปราบสิว
โรคสะเก็ดเงินหรือโรคเรื้อนกวาง ( Psoriasis )
โรคผิวหนังอักเสบ (ECZEMA)
สิว และวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับ สิว เบื้องต้น
บทความทั่วไป
10 ความจริงเกี่ยวกับตัวเรา... ที่คุณอาจไม่รู้
เคล็ดลับในการกินอาหารเสริม
NCD : โรควิถีชีวิต (Non – communicable Diseases - NCD)
NCD : โรควิถีชีวิต (Non – communicable Diseases - NCD)
5 ผลวิจัย พิชิตความเครียด
10 การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรค…
พลังงานแม่เหล็กบำบัดโรค
เตือน “กินน้ำตาลเกินจำเป็น” โอกาสเกิดโรคแทรกง่ายขึ้น
18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย
การเสียชีวิตของนักกีฬาในสนามแข่งขัน
รู้ได้อย่างไรว่า...อ้วนลงพุง หรือ เป็น Metabolic syndrome
ไม่ขับถ่ายตอนเช้าจะเกิดอะไรขึ้น
การเลือกรับประทานอาหารเสริม วิตามิน และเกลือแร่
อาหารเสริม Co-Enzyme Q10 โคเอ็นไซม์ คิวเท็น คืออะไร
วิธีป้องกัน อาการภูมิแพ้
กินยาแก้อักเสบ (ยาปฏิชีวนะ) บ่อยๆ ทำให้เชื้อโรคดื้อยา รักษาไม่หาย
แครนเบอรรี่ Cranberry
การกอด มหัศจรรย์แห่งสัมผัส
โรคภูมิแพ้
อันตรายจากบุหรี่ และตัวช่วยล้างพิษจากบุหรี่
วิธีการดื่มน้ำที่ถูกวิธี
Bell Stem Cell Activator, 60 caps
เมลาโตนิน (Melatonin)
นาฬิกาชีวภาพ นาฬิกาชีวิต
กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้
อาหารธัญพืชปรุงพิเศษ
เบาหวาน
เรื่องหวานๆ กับยาเบาหวาน
ความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยเบาหวาน
ภัยเงียบ....โรคหัวใจในผู้เป็นเบาหวาน
เลือดหนืดในโรคเบาหวาน
เลือดข้นกับโรคหัวใจ
เบาหวาน
การควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน
ทางเดินปัสสาวะ
Share โรคไตวายเรื้อรัง Chronic renal failure (CRF)
สาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) อาการของโรค และวิธีรักษา
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ Urinary tract infections (UTI)
สมองและระบบประสาท
โคลีน
โคลีน ไบทาร์เทรต (Choline Bitartrate)
ใบบัวบก (Gotu Kola)
DMEA
cavinton หรือ vinpocetine
Neuro-ps บำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดความเครียด ช่วยเรื่องการนอนหลับ
ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการใช้ Neuro-PS
Neuro-PS บำรุงสมอง,เสริมความจำ ลดความเครียด
บทความจากต่างประเทศ
How To Decrease Inflammation‏
Alzheimer’s on the Rise: What You Can Do
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฎ ปี 2556 เนื้อทองแดง ซองเดิม

เข้าชม 145 | ตอบ 1
 
เหรียญพระคลังเพชรยอดมงกุฎ ปี 2556 เนื้อทองแดง ซองเดิม
 
  • ราคาพิเศษ : 429.00 ฿
  • “พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ” มีลักษณะเป็น “เทวดายืน พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว” ประดิษฐานอยู่ที่ตึกกองคลัง อันเป็นที่ตั้งของ “พระคลังมหาสมบัติ” เปรียบเสมือนมีเทวดาปกปักรักษาทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินที่ดำรงอยู่ ณ ที่นั้น

                ตามประวัติ ในรัชสมัย “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๔ ได้มีการสร้าง “พระสยามเทวาธิราช”  ขึ้นเพื่อปกปักรักษาประเทศให้รอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ ดังเป็นพระราชดำริว่า “ประเทศไทยมีเหตุการณ์ที่ต้องเสียอิสรภาพหลายครั้ง แต่รอดพ้นภยันตรายมาได้เสมอ คงมีเทพยดาที่ศักดิ์สิทธิ์คอยอภิบาลรักษาอยู่” จึงโปรดให้จัดสร้าง “พระสยามเทวาธิราช” ขึ้น มีลักษณะเป็น “เทวดายืน พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นจีบเสมอพระอุระ” ประดิษฐานอยู่บนพระบรมมหาราชวัง

                ครั้นในรัชสมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๕ “สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์” ซึ่งทรงกำกับดูแลกรมพระคลังมหาสมบัติ ได้ทรงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” สร้าง “เทวรูปพระคลัง” เพื่อให้เป็นที่คุ้มครองปกปักรักษาพระราชทรัพย์ของแผ่นดินที่รวมเก็บไว้ในพระคลังมหาสมบัติ และให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่รับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ให้มีขวัญกำลังใจยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต โดยขอพระบรมราชานุญาตทำรูปปั้น “เทวรูปพระคลัง” ลักษณะคล้าย “พระสยามเทวาธิราช” เป็นบางส่วน ซึ่งมีการสันนิษฐานกันว่า การสร้าง “พระคลัง  ในพระคลังมหาสมบัติ” ขึ้นก็เพื่อคอยปกป้องรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน   เฉกเช่น “พระสยามเทวาธิราช” ที่คอยปกป้องแผ่นดินนั่นเอง

                ประกอบกับเมื่อพิจารณาเทวลักษณะของ “พระสยามเทวาธิราช” กับ “พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ” ซึ่งมีความ “คล้าย” กันอยู่มาก กล่าวคือ พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ลักษณะคล้ายกัน  พระหัตถ์ขวา “พระสยามเทวาธิราช” เป็นจีบเสมอพระอุระ ในขณะที่พระหัตถ์ขวา “พระคลัง  ในพระคลังมหาสมบัติ” ถือดอกบัว  เปรียบเสมือนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ  ทรัพย์สินและสิ่งของมีค่า ที่มีเทพยดาคอยปกป้องคุ้มครอง

                “พระคลังมหาสมบัติ” ยังมีศิลปะในการสร้างที่งดงามแบบไทยโบราณ ด้วยฝีมือช่างหลวงในสมัยรัชการที่ ๕ โดยมีลักษณะเป็น “เทวรูป” ประทับยืนบนฐานปัทม์ กายวิภาคเจ็ดส่วนครึ่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลผสมผสานจากไทยโบราณและตะวันตก พระเศียรทรงพระชฎา แต่เครื่องทรงแบบกษัตราธิราช ทรงพระภูษานุ่งจีบ ในขณะเดียวกันมีลักษณะทรงผ้าโรยเชิงด้านหลัง พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ ซึ่งหมายถึงอำนาจในการปกป้องอาณาเขต และลงโทษผู้ที่ล่วงละเมิดเข้ามา 

                พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว ซึ่งหมายถึงสุดยอดแห่งทรัพย์สมบัติ นั่นก็คือ ทรัพย์สมบัติในพระคลังหลวง

                การสร้าง “เหรียญพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ”  ครั้งแรกของกรมธนารักษ์

     

                หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของ “กรมธนารักษ์” ตั้งแต่ในสมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่  ๕ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง 'กรมเก็บ' ขึ้นในเขตพระบรมมหารราชวังเพื่อดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินแผ่นดิน ต่อมาในรัชสมัย “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๖ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น  'กรมพระคลัง มหาสมบัติ' และภายหลังการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. ๒๔๗๖ ในรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมพระคลังมหาสมบัติ, กรมเงินตรา, กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการ เข้าด้วยกันเรียกว่า  “กรมพระคลัง” และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กรมคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๕ และเป็นที่มาว่า เหตุใด ข้าราชการของ “กรมธนารักษ์” จึงมีความเชื่อถือและเคารพในองค์ “พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ” กับสืบต่อกันมา

     

                “กรมธนารักษ์” ในฐานะที่ได้ดูแลทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยอดีต ซึ่งทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลแต่ละชิ้นล้วนทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยและแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมผ่านงานศิลปกรรมชั้นครูที่งดงามยิ่ง ซึ่งเป็นช่างฝีมือในพระราชสำนัก โดยมีมากถึงกว่า ๙๐,๐๐๐ รายการ

     

                ในปัจจุบัน ทรัพย์สินส่วนหนึ่งได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จัดแสดง “ฉลองพระองค์ครุย'  ทำด้วยผ้ากรองทองยาวถึงเข่าปักดิ้นทองเป็นลวดลายที่มีความวิจิตรงดงาม ที่ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้น

     

                นอกจากนั้นยังมี 'เงินตราโบราณ' ที่มีคุณค่าจำนวนมหาศาลทุกสกุล และครบทุกยุคตั้งแต่อาณาจักรฟูนัน เป็นต้นมา

    ในโอกาสที่ “กรมธนารักษ์” ครบรอบการสถาปนา ๘๐ ปี เมื่อพ.ศ.๒๕๕๕ และเพื่อเป็นการเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ และการครบรอบ ๘๐ ปี กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จึงได้ดำเนินการจัดสร้าง “เหรียญที่ระลึกพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ“ ขึ้นเพื่อนำรายได้ไปดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ให้คงอยู่สืบไปให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษา และรายได้อีกส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนด้านการศึกษาในโครงการ “เพชรยอดมงกุฎ” ซึ่งเป็นโครงการที่ พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวรวิหาร ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างนักเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในด้านการศึกษา ๑๐ สาขาวิชา  เพื่อให้สามารถแข่งขันทัดเทียมกับต่างประเทศได้ โดยดำเนินการมากว่า ๑๐ ปี อาทิ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์  ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และอีก ๖  สาขา  รายได้อีกส่วนหนึ่งจะเป็นสวัสดิการของกรมธนารักษ์

                ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นหลังจากที่เรื่องราวขององค์พระคลังในพระคลังมหาสมบัติ ได้รับการถ่ายทอดออกสู่สาธารณชน “เหรียญที่ระลึกพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ” ที่มีการจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก  เป็นที่ต้องการของประชาชนจำนวนมาก จนเหรียญพระคลัง รุ่น ๘๐ ปีธนารักษ์ หมดลงในเวลาอันรวดเร็ว และสร้างประวัติศาสตร์ยอดผลิตและยอดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกของกรมธนารักษ์อีกด้วย

                พระธรรมภาวนาวิกรม  (เจ้าคุณธงชัย)  วัดไตรมิตรวรวิหาร  : ความเกี่ยวข้องกับนิมิตเรื่องพระคลัง

    ในการทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ “เทวาภิเษกเหรียญพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ” ครั้งนั้น พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวรวิหาร ได้ตอบรับเป็นประธานในพิธีอธิษฐานจิต เนื่องด้วยอธิบดีกรมธนารักษ์ ดร.นริศ ชัยสูตร ได้เล่าให้ฟังถึงการดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน  ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ ที่คอยปกปักรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ซึ่งตรงกับสิ่งที่ท่านได้คิดอยู่พอดี (มีนิมิตว่าเห็นพระเกตุส่องรัศมีที่จะมาช่วยบ้านเมืองด้านเศรษฐกิจในช่วงนี้ ซึ่งท่านก็หาอยู่นานว่าจะเป็นเทพองค์ใด ด้วยว่าไม่เคยทราบเรื่องพระคลังในพระคลังมหาสมบัติมาก่อน จนกระทั่งทราบจากดร.นริศ อธิบดีกรมธนารักษ์ซึ่งต้องตรงกันพอดี)

                การออกแบบและการจัดสร้างเหรียญพระคลัง  ในพระคลังมหาสมบัติ รุ่น ๘๐ ปีกรมธนารักษ์

                “พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ” เป็นรูปปั้นมีลักษณะเป็นเทวดาหล่อยืนทรงเครื่องกษัตริยาธิราช สวมมงกุฎยอดชัย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว เปรียบเสมือนมีเทวดาปกปักรักษาทรัพย์สมบัติทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน “นางพุทธชาติ อรุณเวช” ได้ปั้นแม่พิมพ์โดยอัญเชิญแบบฉบับจากองค์จริงเต็มองค์มาประทับบนเหรียญ โดยได้ทำแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้า กลางเหรียญมีรูป “เทวรูปพระคลัง” เต็มองค์ ประทับยืนบนแท่นทรงเครื่องกษัตริยาธิราชสวมมงกุฎยอดชัยพระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว เบื้องหลังเทวรูปพระคลังเป็นรูปพระวิมานเก๋งจีนที่เทวรูปพระคลังสถิตอยู่

                ด้านหลัง กลางเหรียญมีตราสัญลักษณ์กรมธนารักษ์ เบื้องบนรูปตราสัญลักษณ์มีข้อความว่า “พระคลัง” “ใน” “พระคลังมหาสมบัติ” เบื้องล่างมีข้อความว่า “ ครบ ๘๐ ปี”  “กรมธนารักษ์” “กระทรวงการคลัง” “พ.ศ.๒๕๕๕” ตามลำดับ ภายในชิดขอบเหรียญโดยรอบประดับด้วยลายไทย สะท้อนถึงศิลปะและความเป็นไทย เมื่อดูโดยองค์รวมทั้งหมดของเหรียญจะสมบูรณ์ทุกส่วน ทั้งมิติของความงามของงานศิลปะ ความศักดิ์สิทธิ์ ความสงบ และความศรัทธา













     

     
 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :
 

ตรวจสอบสถานะ การจัดส่งของที่สั่ง ทางไปรษณีย์ แบบพัสดุ ลงทะเบียน และ EMS http://track.thailandpost.co.th/